วันนี้ ( 7 ต.ค. 67 ) ตามวันและเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อไปถึงบริเวณป่ารกร้างภายในซอยรามอินทรา 127 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ได้สังเกตเห็นชายต้องสงสัยยืนอยู่คนเดียวบริเวณป่ารกร้างภายในซอยรามอินทรา 127 ดังกล่าว มีท่าทางพิรุจต้องสงสัย พอเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชายดังกล่าวมีท่าทีตกใจและจะเดินหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น นายกิติฯ จึงได้สอบถามนายกิติฯ แจ้งว่าตนได้มานั่งเก็บของเก่าที่ป่ารกร้างภายในซอยรามอินทรา 127 ดังกล่าว จากการสังเกตนายกิติฯ มีลักษณะท่าทางคล้ายคนเสพยาเสพติด จึงได้ขอทำการตรวจค้น ก่อนการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้นายกิติฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว นายกิติฯยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการตรวจค้น ระหว่างทำการตรวจค้นมีแสงสว่างเพียงพอเนื่องจากเป็นตอนกลางวัน ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญนายกิติฯมาที่สน.มีนบุรี และทำการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นด้วยน้ำยาตรวจปัสสาวะจากองค์กรเภสัชกรรมฯต่อหน้านายกิติฯและนายกิติฯยินยอมให้ตรวจปัสสาวะด้วยความสมัครใจ ผลปรากฏว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะของนายกิติฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวอย่างปัสสาวะของนายกิติฯไปตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานีซึ่งปรากฏผลเป็นบวก ตามใบรายงานผลการตรวจปัสสาวะดังกล่าว นายกิติฯยอมรับว่าตนได้เสพยาเสพติด(ยาบ้า)ดังกล่าวมาจริง โดยตนเสพยาบ้ามาเมื่อวานตอนเช้า เวลาประมาณ 10.00 น. จำนวน 1 เม็ด จากการสอบถามนายกิติฯ ให้การว่าตนได้ซื้อยาบ้ามาจากชายไทยไม่ทราบชื่อ-สกุล ภายในซอยรามคำแหง 110 จำนวน 1 เม็ด ในราคา 100 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาว่า“1.เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยผิดกฏหมาย” ซึ่งนายกิติฯ เข้าใจดีแล้ว และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากการสอบถามนายกิติฯไม่สมัครใจเข้าการบำบัดฟื้นฟู เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวนายกิติฯพร้อมเอกสารรายงานผลการตรวจปัสสาวะส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป
